Talk:Buddhist mummies

From Wikipedia, the free encyclopedia
Jump to: navigation, search
WikiProject Buddhism (Rated Start-class)
WikiProject icon This article falls within the scope of WikiProject Buddhism, an attempt to promote better coordination, content distribution, and cross-referencing between pages dealing with Buddhism. Please participate by editing the article Buddhist mummies, or visit the project page for more details on the projects.
Start-Class article Start  This article has been rated as Start-Class on the project's quality scale.
 ???  This article has not yet received a rating on the project's importance scale.
 
WikiProject Death (Rated Start-class, Mid-importance)
WikiProject icon This article is within the scope of WikiProject Death, a collaborative effort to improve the coverage of Death on Wikipedia. If you would like to participate, please visit the project page, where you can join the discussion and see a list of open tasks.
Start-Class article Start  This article has been rated as Start-Class on the project's quality scale.
 Mid  This article has been rated as Mid-importance on the project's importance scale.
 

questionable accuracy in including Theravada monks[edit]

Ajahn Chah is listed here. But he was cremated which is inconsistent with mummification unless one means embalming prior to a delayed funeral.

Because of the arrangements for the hundreds of thousands of people expected to attend the actual burning of Luang Por's body (at similar funerals for famous teachers, up to a million people have attended), and also to find a day suitable for the King, it was decided to hold the funeral early in 1993.[1]

I wonder how accurate are entries for other Theravada monks. Since none of the citations are in English this is unclear. --LittleHow (talk) 16:19, 2 March 2010 (UTC)

Thanks. It was mistaken from a statue of Ajahn Chah and was verified by 218.91.85.*.泰国阿姜曼法师全身肉身舍利_气功吧_百度贴吧Nature following and the Tao (talk) —Preceding undated comment added 15:53, 6 March 2010 (UTC).

Can we get a photo?[edit]

The page for the somewhat similar Catholic phenomenon has several good photos. Aren't some of these mummies on display as well? AbstractMage (talk) 09:41, 7 December 2010 (UTC)

References[edit]

Self-mummification[edit]

I've just removed a quote from Pravda.ru, home of UFO sitings, 100 million year old maps, etc. I've found a good source, [1] for fixing this section. Dougweller (talk) 13:16, 18 October 2010 (UTC)

Non-English references[edit]

We are supposed to use, wherever possible, English language sources for English language articles, aren't we? Except in cases when the article itself is being directly translated from another language, and I don't see any indication that this one is. I know I personally can't read most of the references used here, so I can't verify one way or another whether what they say is what is said here. That being the case, although I know that a lot of this material probably is verifiable, I think we would probably be best served if the material cited from foreign sources were removed, maybe to the talk page, until and unless either a foreign article is translated or we find English-language references for the material. John Carter (talk) 00:55, 21 October 2010 (UTC)

Hi John, I agree that we need to add English language sources. I've added a book source that can be viewed online. I'll try to find some more. PhilKnight (talk) 20:27, 25 October 2010 (UTC)
Google translate may help you. Nature following and the Tao (talk) 16:35, 31 October 2010 (UTC)

Sentence possibly needs rephrasing[edit]

I'm a little uncertain about:

Many Mahayana Buddhist monks were reported to know the time of death and left their last testaments and their students accordingly buried them sitting in lotus posture, put into a vessel with drying agents (such as coal, wood, paper, or lime) and surrounded by bricks, and be exhumed later, usually after three years.

I think I'd prefer to rephrase it to:

Many Mahayana Buddhist monks left their last testaments, detailing their wishes, and their students accordingly carried out their instructions and buried them sitting in a lotus posture, put into a vessel with drying agents (such as coal, wood, paper, or lime) and surrounded by bricks, to be exhumed later, usually after three years.

Would this be ok? PhilKnight (talk) 20:15, 25 October 2010 (UTC)

I'd maybe go for:
Many Mahayana Buddhist monks left instructions to be followed after their deaths, which often included having them buried sitting in a lotus posture, put into a vessel with drying agents (such as coal, wood, paper, or lime) and surrounded by bricks, to be exhumed later, usually after three years.
It strikes me as a bit clearer and more direct. John Carter (talk) 20:27, 25 October 2010 (UTC)

Theravada[edit]

A lot of Thai buddhist mummies. We can find more reliable sources. The url may can't be accessed.

ไปกราบนมัสการหลวงพ่อสำรวม วัดเขาสารพัดดี ซาฟารีป่า ธรรมะเล่าขาน ตำนานพระบาท ๔ รอย

ชมรมคนรักษ์พระเครื่องเมืองคอน

ผู้เขียน หัวข้อ: อริยสงฆ์แดนใต้ที่ร่างกายไม่เน่าฯ (อ่าน 4007 ครั้ง) หัวข้อ: อริยสงฆ์แดนใต้ที่ร่างกายไม่เน่าฯ (อ่าน 7485 ครั้ง) ค้นหาประวัติอยู่ครับ ใครมีเพิ่มเติมเชิญเลยครับ

หลวงพ่อมุ่ย วัดป่าระกำเหนือ จ.นครศรีธรรมราช หลวงปู่เขียว วัดหรงบน อ.ปากพนัง จ.นครศรธรรมราช หลวงปู่คลิ้ง วัดถลุงทอง จ.นครศรีธรรมราช พ่อท่านเกลื่อม ฐานิสสโดร วัดคคาวดี ต.ปากแพรก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช พ่อท่านคล้าย วาจาศิษย์ วัดสวนขัน จ.นครศรีธรรมราช

หลวงพ่อพัฒน์ นารโท วัดพัฒนาราม(ใหม่บ้านดอน) อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี หลวงปู่สุวัฒ วัดศรีทวีป จ.สุราษฏร์ธานี หลวงพ่อแดง วัดคุณาราม(เขาโปะ) เกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานี หลวงพ่อพรหม วัดนาราเจริญสุข อ.เกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานี

หลวงปู่เมฆ วัดป่าขวางปางพระเลไลย์ อ.สิงหนคร จ.สงขลา หลวงปู่ทอง วัดป่ากอ จ.สงขลา หลวงพ่อเปียกวัดนาสร้าง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร หลวงปู่สงฆ์ วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย จ.ชุมพร หลวงพ่อคล้อย วัดถ้ำเขาเงิน จ.ชุมพร หลวงปู่ไสย์ วัดเทพเจริญ จ.ชุมพร พ่อหลวงคล้อย วัดถ้ำเขาเงิน อ.หลังสวน จ.ชุมพร


หลวงพ่อบุญมี วัดเภาเคือง อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีฯ

หลวงพ่อเลื่อน วัดดอนผาสุก อ.หัวไทร จ.นครศรีฯ

หลวงพ่ออ่ำ วัดกำแพงถม จ.นครศรีฯ โดย wudtichai

พ่อท่านจันทร์ วัดทุ่งเฟื้อ พ่อท่านสังข์ วัดดอนตรอ พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง พ่อท่านกล่ำ วัดศาลาบางปู พ่อท่านด่วน วัดบางนอน โดย ชา ภูเก็ต

หลวงปู่รื่น วัดน้ำพราย ห้วยยอด ตรัง

โดย เณรใหม่ ห้วยยอด 

หลวงพ่อล้อม วัดบางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี


โดย เอกเขาปด (vespa )

น่าว่ามีเล่ย ผ้มว่านะครับ หลวงพ่อเปี่ยม วัดทุ่งหลวง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธาน

หลวงพ่อเชื่อม วัดปราการ อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี

หลวงพ่อรัช วัดโกศาวาส(กะเปา) อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี ต่อยอดเที่หาได้นะครับ


หลวงปู่เมฆ วัดป่าขวางปางพระเลไลย์ อ.สิงหนคร จ.สงขลา

พ่อท่านหนูพิน วัดขนาบนาก อ.ปากพนัง จ.นครศรีฯ

พ่อท่านจบ วัดธาราวดี อ.เมือง

พระครูการเดิม (พ่อท่านเปรียม ฐิตจาโร) วัดบางสะพาน ต.บางจาก อ.เมือง


หลวงปู่ใส วาจาสิทธิ์ วัดสระไคร อ.เฉลิมพระเกีรติ จ.นครสรีธรรมราช

หลวงพ่อรื่น ติสสเทโว วัดน้ำพราย อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง

หลวงปู่เลื่อน วัดผาสุการาม อ.หัวไทร จ.นครศรี

หลวงปู่ทอง วัดป่ากอ สงขลา

อาจารย์แดง วัดควนนางพิมพ์ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง

หลวงพ่อคล้อย วัดถ้ำเขาเงิน ชุมพร

หลวงปู่อ่อน นันทสาโร วัดลุมพินี จ.พังงา

หลวงปู่สุวัฒ วัดศรีทวีป สุราษฏร์ธานี

หลวงปู่แดง วัดเชิงเขา จ. นราธิวาส

หลวงพ่อแดง วัดคุณาราม(เขาโปะ) เกาะสมุย สุราษฏร์ธานี


สรุป อีกทีว่า จังหวัดชุมพร หลวงพ่อรุ่ง(เคราเหล็ก) วัดบางแหวน, หลวงพ่อเปียก วัดนาสร้าง, หลวงพ่อจีด วัดถ้ำเขาพลู(ศพท่านมีกลิ่นหอม) หลวงพ่อจอน วัดดอนรวบ หลวงพ่อทอง วัดดอนสะท้อน

จังหวัดสุราษฎร์ฯ หลวงพ่อแดง เกาะสมุย, หลวงพ่อเพชร วัดศรีเวียง หลวงพ่อกล่อม วัดโพธาวาส

จังหวัดนครศรีธรรมราช หลวงพ่อซัง วัดวัวหลุง ,หลวงพ่อคลิ้ง วัดถลุงทอง,หลวงพ่อแดงวัดภูเขาหลัก

จังหวัด พัทลุง หลวงพ่อทอง,หลวงพ่อทองเฒ่า, หลวงพ่อปาล วัดเขาอ้อ,หลวงพ่อเอียด วัดดอนศาลา,หลวงพ่อดิษฐ์ วัดปากสระ, หลวงพ่อหมุน วัดเขาแดงตะวันออก (สายเขาอ้อทั้งนั้นครับ)

จังหวัดภูเก็ต หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง

จังหวัด สงขลา หลวงพ่อมหาลอย วัดแหลมจาก,หลวงพ่อศรีแก้ว วัดไทรใหญ่,หลวงพ่อเฟื่อง วัดคงคาเลียบ, หลวงพ่อคง,หลวงพ่อปลอด วัดหัวป่า, หลวงพ่อเหลือ วัดประดู่หอม, หลวงพ่อเนียร สำนักสงฆ์ต้นเลียบ หลวงพ่อปาน วัดโคกสมานคุณ

จังหวัดปัตตานี หลวงพ่อชุม,หลวงพ่อดำ วัดตุยง,หลวงพ่อสีพุฒ วัดมะเดื่อทอง,หลวงพ่อปาน วัดนาประดู่


หวง ปู่สิงห์ วัดแก้วโกรวาราม จังหวัดกระบี่ มรณะภาพแล้ว สังขารไม่เน่า พระราชาทานเพลิงครั้งแรกไม่ไหม้ศพ พระราชทานเพลิงครั้งที่สองไฟจึงไหม้ และพระราชทานเพลิงครั้งที่สองได้เกิดปาฏิหาริย์คือไฟที่ลุกอยู่นั้นได้ปรากฏ เป็นรูปหลวงปู่ยิ้มให้ประชาชนที่ไปในงานและที่คอหลวงปู่สวมพวงมาลัยด้วย


นอก จากนี้มีอีกหลายองค์เหมือนกันที่ไม่เน่าเปื่อย แล้วผมจะตรวจสอบดูอีกทีนึงนะครับ แต่พระทางใต้ส่วนใหญ่เขาจะเผาสรีระท่าน มีเพียงไม่กี่องค์ที่เก็บสรีระไว้

ภายในจังหวัดชุมพร 1. หลวงปู่จีต วัดถ้ำเขาพลู อ.ปะทิว จ.ชุมพร ( แต่ลูกศิษย์ท่านได้ปลงศพภายหลัง) 2.พ่อท่านหีต วัดเชิงคีรี อ.สวี จ.ชุมพร 3.หลวงพ่อทองคง(ลูกศิษย์หลวงปู่สงฆ์ ) วัดนอกวิสัย อ.สวี 4.หลวงพ่อพราย วัดหนองเข้ อ.เมือง 5.หลวงพ่อเปียก วัดนาสร้าง อ.ท่าแซะ 6.หลวงพ่อขำ วัดประสาทนิกร อ.หลังสวน 7.หลวงพ่อกระจ่าง วัดดอนชัย อ.หลังสวน 8.พ่อท่านคล้อย วัดถ้ำเขาเงิน อ.หลังสวน 9.หลวงปู่สงฆ์ วัดเจ้าฟ้าศาลาลอย อ.เมือง 10.หลวงปู่เขียน วัดแหลมยาง อ.ปะทิว 11.หลวงพ่อมุม วัดนาสัก อ.สวี 12.หลวงพ่อไสย วัดถ้ำรับร่อ อ.ท่าแซะ 13.หลวงพ่อเชื่อม วัดมาบอำมฤต อ.ปะทิว หลวงปู่เขียน วัดแหลมยาง ต.บางสน อ.ปะทิว ชุมพร ทานเป็นศิษย์ หลวงปู่สงฆ์ และยังมีอีกหลายองค์ผมบันทึกได้ ประมาณ 400 กว่าองค์ (อะโห้เยอะดีจังครับ จ้าวกำลังคิดในใจ)

จาก : อาร์มชุมพร - - kpsaranw@kmitl.ac.th -ข้อมูลพรรคพวกสเกนเข้าไปในเวปไซต์เวปบอร์ดที่ http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vboard.php?user=prakruang ขอบคุณครับ « แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 13, 2008, 12:12:59 AM โดย จ้าวนคร » http://board.palungjit.com/f15/%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%8D%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%97%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2-88312-4.html หลวงปู่อ่ำ จนฺทวํโส วัดกำแพงถม ต.นาเรียง อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช หลวงปู่ละขันธ์เมื่อ มีนาคม ปี๒๕๒๔

by ligore หลวงปู่กล่อม อนุภาโส (พระธรรมวราลังการ) วัดบุปผาราม ปัจจุบันสังขารหลวงปู่อยู่ที่ วัดเพ็ญญาติ ต.กะเบียด อ.ฉวาง จ.นครศรีรรมราช

"หลวง ปู่กล่อม อนุภาโส" วัดบุปผาราม เป็นชาวนครศรีธรรมราช หลวงปู่กล่อม ได้อบรมพระธรรมวินัยสอบเปรียญธรรม 5 ประโยคได้ อายุ 69 ปี เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพปัญญามุนี อายุ 78 ปี เลื่อนเป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมวราลังการ บำเพ็ญศาสนกิจเพื่อส่วนรวมไว้มากมาย หลวงปู่กล่อมอาพาธด้วยโรคชรา ถึงมรณภาพที่โรงพยาบาลแพทย์ปัญญา เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2529 คณะสงฆ์และศิษยานุศิษย์วัดบุปผารามนำศพท่านมาบำเพ็ญที่วัดบุปผาราม ประกอบด้วยเครื่องเกียรติยศศพ โกศโถพร้อมฉัตรเบญจาซึ่งได้รับพระราชทานตามชั้นของสมณศักดิ์ บำเพ็ญกุศล 7 วัน 50 วัน และ 100 วันตามประเพณีนิยมทางพุทธศานา ก่อนมรณภาพหลวงปู่กล่อมได้สั่งด้วยวาจาว่าศพของท่านไม่ต้องรับพระราชทาน เพลิง เพราะท่านต้องการจะนำศพไปบรรจุไว้ที่วัดเพ็ญญาติ ตำบลกะเปียด อำเภอฉวาง จังหวัดนครฯ ซึ่งเป็นวัดที่ท่านปรารภสร้างขึ้นเพื่อสงเคราะห์ญาติให้ได้มีที่บำเพ็ญกุศล อยู่ในหมู่บ้านอันเป็นถิ่นกำเนิด ศพของหลวงปู่ท่านก็สั่งไว้ให้บรรจุใต้ฐานพระประธานให้เป็นที่สักการบูชาของ มวลญาติ คณะสงฆ์และศิษย์แม้ไม่เต็มใจ แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง

อ่านเจอในหนังสือลูกศิษย์บันทึก หลวงปู่ไปงานพิธีพุทธาภิเษกที่วัดท่าซุงเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๑๙ และ พ.ศ.๒๕๒๐ ด้วย

http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=561729&d=1239504817 http://board.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=561730&d=1239504817 พ่อท่านคล้าย(พระครูพิศิษฐ์อรรถการ พ่อท่านคล้าย จนฺทสุวณฺโณ)

by ligore ใครผ่านไปทางอำเภอไหนก็ลองถ่ายรูปแบ่งๆกันมาดูนะครับ ไล่มาจากอำเภอที่อยู่ใกล้ๆก่อน

พ่อท่านกล่ำ วัดศาลาบางปู อ.เมือง พ่อท่านกลาย วัดเขาขุนพนม อ.พรหมคีรี พ่อท่านอ่ำ วัดกำแพงถม อ. พรหมคีรี

พ่อท่านคล้าย วัดธาตุน้อย  อ.ฉวาง

หลวงปู่กล่อม อนุภาโส (พระธรรมวราลังการ) วัดบุปผาราม ปัจจุบันสังขารหลวงปู่อยู่ที่ วัดเพ็ญญาติ ต.กะเบียด อ.ฉวาง

พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง อ.ร่อนพิบูลย์

พ่อท่านเกลื่อม ฐานิสสโดร วัดคคาวดี ต.ปากแพรก อ.ปากพนัง หลวงพ่อมุ่ย (พระครูนิโครธจรรยานุยุต ) วัดป่าระกำเหนือ ต.ป่าระกำ อ.ปากพนัง พ่อท่านเขียว วัดหรงบล อ.ปากพนัง พ่อท่านหนูพิน วัดขนาบนาก อ.ปากพนัง พ่อท่านล่อง(พระครูสุขุมธรรมพินิจ) วัดสุขุม อ.ปากพนัง หลวงปู่ใส วาจาสิทธิ์ วัดสระไคร อ.เฉลิมพระเกีรติ พ่อท่านจันทร์ วัดทุ่งเฟื้อ อ.อ.เฉลิมพระเกียรติ พ่อท่านสังข์ วัดดอนตรอ อ.เฉลิมพระเกียรติ หลวงพ่อบุญมี วัดเภาเคือง อ.เชียรใหญ่ หลวงปู่เลื่อน วัดผาสุการาม อ.หัวไทร ยังขาดประวัติพระเกจิอาจารย์ ที่ไหนอีกบ้างลองเขียนโพสกันมาดูนะครับ หลวงพ่อเงื่อม วัดกมลศรี ท่านสร้างปาฎิหารย์เผาไม่กิน (งานศพ วันที่5 ส.ค.ที่ผ่านมา) ได้ข่าวว่าทางวัดได้จัดหาโลงแก้วเพื่อบรรจุศพของท่านแล้วและกำลังหาทุนสร้าง เจดีย์ที่หลวงพ่อเงื่อมสร้างไว้แต่ยังไม่เสร็จ โดยเปิดให้เช่าเหรียญรุ่นแรก ปี2533 (ข่าวหน้าหนึ่ง เดลินิวส์วันนี้)


ชาวตรังตะลึง!ฌาปนกิจพระเถระ พระอาจารย์ เงื่อม สังขารไม่ไหม้ เมื่อ วันที่ 5 ส.ค. ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดตรัง ได้รับการเปิดเผยจาก นายชัยฤทธิ์ ถ่ายย้วน กำนันตำบลกะลาเส อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ว่า เนื่องในงานฌาปนกิจศพ พระครูกมลวรการ (เงื่อม อังสุกาโร สรรพจักร) หรือพระอาจารย์ เงื่อม อดีตเจ้าอาวาสวัดกมลศรี ตำบลกะลาเส อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง อายุ 82 ปี 51 พรรษา ซึ่งได้มรณภาพไปเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมานั้น ปรากฎว่า ได้มีเหตุอัศจรรย์เกิดขึ้นขณะฌาปนกิจศพ โดยหลังจากที่บุคคลสำคัญในระดับจังหวัดตรัง อาทิ นายกิจ หลีกภัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตรัง และพระพรหมจริยาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ ซึ่งร่วมในงานดังกล่าวเดินทางกลับไปแล้ว และกำลังจุดเพลิงศพ ด้วยวิธีการยิงลูกหนูให้ไฟวิ่งเรื่อยๆ เพื่อไปจุดชนวนระเบิดกับดินประสิวภายในโลงศพ ซึ่งตั้งอยู่ ณ เมรุพิเศษภายในวัดกมลศรี โดยได้มีการราดน้ำมันเบนซินใส่ลงไปในโลงศพไว้จนเต็มที่แล้ว ซึ่งเป็นเวลาประมาณ 19.19 น. ของคืนวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา


นาย ชัยฤทธิ์ กล่าวอีกว่า ทันทีที่สิ้นเสียงระเบิดของลูกหนู ก็เกิดไฟขึ้นลุกท่วมเหนือโลงศพ จากนั้น ได้ลุกไหม้เป็นเวลานานประมาณ 10 นาที ไฟก็ดับลง ต่อมาอีกสักพักเมื่อควันไฟจางหายไปทั้งหมด คณะสงฆ์ คณะศิษยานุศิษย์ และประชาชน ที่อยู่ร่วมในงานพิธีต่างก็ต้องตกตะลึง ต่อเหตุอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นบริเวณโลงศพของ พระอาจารย์เงื่อม เนื่องจากร่างกายของท่านมิได้ถูกไฟไหม้เลยแม้แต่นิดเดียว นอกจากผ้าขาวที่ใช้คลุมร่างของท่านที่ถูกไฟไหม้ไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง

นายสุ ทน ขบวนพล อายุ 63 ปี ชาวอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับการว่าจ้างให้มาทำหน้าที่เป็นสัปเหร่อในงานพิธีดังกล่าว บอกว่า ตนเองทำงานเป็นสัปเหร่อมานานถึง 15 ปีแล้ว ไม่เคยปรากฎพบเห็นเหตุอัศจรรย์เช่นนี้มาก่อนเลย ไม่ว่าจะเป็นศพของฆราวาส หรือประชาชนทั่วไป หรือแม้แต่ศพของพระสงฆ์ในระดับชั้นต่างๆ เมื่อทำพิธีฌาปนกิจศพ หรือเผาศพทุกครั้ง เพลิงก็จะมอดไหม้ร่างกายไปทั้งหมด จนเหลือแค่เพียงกระดูกเท่านั้น ซึ่งตนเองก็ตอบไม่เช่นกันว่าเป็นไปได้อย่างไร และเพราะอะไร

หลังจาก เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้นกับสรีระของ พระอาจารย์เงื่อม คณะศิษยานุศิษย์จึงร่วมกันประชุม เพื่อปรึกษาหารือกันเป็นการด่วน โดยเบื้องต้นได้งดการแจกเหรียญวัตถุมงคล ที่เตรียมเอาไว้หลังจากเสร็จพิธีเผาศพออกไปก่อน ขณะเดียวกัน ก็มีผู้มีจิตศรัทธาจำนวนหนึ่ง ได้บริจาคเงินมาให้แล้ว 3 แสนบาท เพื่อสมทบทุนในการซื้อโลงแก้วนำมาบรรจุศพของท่าน ให้ประชาชนที่ทราบข่าวได้มากราบไหว้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนหลังจากนี้จะดำเนินการเช่นไรต่อไป ต้องรอการประชุมของคณะศิษยานุศิษย์อีกครั้ง


พระมหาโอทก ปริยปคุโณ เจ้าคณะอำเภอสิเกา กล่าวว่า พระอาจารย์เงื่อม เป็นพระเถระที่มีอุปนิสัยเรียบง่าย สงบเยือกเย็น พูดน้อย น่ารัก น่านั่งใกล้ ทุกอริยาบถที่พบเห็นจะอยู่ในอาการเป็นมิตรเสมอ ได้ฝากแบบอย่างอันดีงามแก่พระสงฆ์ผู้อยู่เบื้องหลังคือ ท่านเป็นพระผู้นั่งอยู่ในใจคน อันเนื่องมาจากทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ต่างเคารพศรัทธาในวัตรปฏิบัติของท่าน

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระอาจารย์เงื่อม ถือได้ว่าเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ที่มีอายุพรรษามากที่สุดในจังหวัดตรัง คือ 51 พรรษา

ที่มาจาก: khaosod.co.th วันที่ 05 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 15:24 น. ข่าวสดออนไลน์


ชาวตรังตะลึง!ฌาปนกิจพระเถระสังขารไม่ไหม้


    เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดตรัง ได้รับการเปิดเผยจาก นายชัยฤทธิ์ ถ่ายย้วน กำนันตำบลกะลาเส อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ว่า เนื่องในงานฌาปนกิจศพ พระครูกมลวรการ (เงื่อม อังสุกาโร สรรพจักร) หรือพระอาจารย์ เงื่อม อดีตเจ้าอาวาสวัดกมลศรี ตำบลกะลาเส อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง อายุ 82 ปี 51 พรรษา ซึ่งได้มรณภาพไปเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมานั้น ปรากฎว่า ได้มีเหตุอัศจรรย์เกิดขึ้นขณะฌาปนกิจศพ  โดยหลังจากที่บุคคลสำคัญในระดับจังหวัดตรัง อาทิ นายกิจ หลีกภัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตรัง และพระพรหมจริยาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ ซึ่งร่วมในงานดังกล่าวเดินทางกลับไปแล้ว และกำลังจุดเพลิงศพ ด้วยวิธีการยิงลูกหนูให้ไฟวิ่งเรื่อยๆ เพื่อไปจุดชนวนระเบิดกับดินประสิวภายในโลงศพ  ซึ่งตั้งอยู่ ณ เมรุพิเศษภายในวัดกมลศรี โดยได้มีการราดน้ำมันเบนซินใส่ลงไปในโลงศพไว้จนเต็มที่แล้ว ซึ่งเป็นเวลาประมาณ 19.19 น. ของคืนวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา

    นายชัยฤทธิ์ กล่าวอีกว่า ทันทีที่สิ้นเสียงระเบิดของลูกหนู ก็เกิดไฟขึ้นลุกท่วมเหนือโลงศพ จากนั้น ได้ลุกไหม้เป็นเวลานานประมาณ 10 นาที ไฟก็ดับลง ต่อมาอีกสักพักเมื่อควันไฟจางหายไปทั้งหมด คณะสงฆ์ คณะศิษยานุศิษย์ และประชาชน ที่อยู่ร่วมในงานพิธีต่างก็ต้องตกตะลึง ต่อเหตุอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นบริเวณโลงศพของ พระอาจารย์เงื่อม เนื่องจากร่างกายของท่านมิได้ถูกไฟไหม้เลยแม้แต่นิดเดียว นอกจากผ้าขาวที่ใช้คลุมร่างของท่านที่ถูกไฟไหม้ไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง

   นายสุทน ขบวนพล อายุ 63 ปี ชาวอำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งได้รับการว่าจ้างให้มาทำหน้าที่เป็นสัปเหร่อในงานพิธีดังกล่าว บอกว่า ตนเองทำงานเป็นสัปเหร่อมานานถึง 15 ปีแล้ว ไม่เคยปรากฎพบเห็นเหตุอัศจรรย์เช่นนี้มาก่อนเลย ไม่ว่าจะเป็นศพของฆราวาส หรือประชาชนทั่วไป หรือแม้แต่ศพของพระสงฆ์ในระดับชั้นต่างๆ เมื่อทำพิธีฌาปนกิจศพ หรือเผาศพทุกครั้ง เพลิงก็จะมอดไหม้ร่างกายไปทั้งหมด จนเหลือแค่เพียงกระดูกเท่านั้น ซึ่งตนเองก็ตอบไม่เช่นกันว่าเป็นไปได้อย่างไร และเพราะอะไร

    หลังจากเกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้นกับสรีระของ พระอาจารย์เงื่อม คณะศิษยานุศิษย์จึงร่วมกันประชุม เพื่อปรึกษาหารือกันเป็นการด่วน โดยเบื้องต้นได้งดการแจกเหรียญวัตถุมงคล ที่เตรียมเอาไว้หลังจากเสร็จพิธีเผาศพออกไปก่อน ขณะเดียวกัน ก็มีผู้มีจิตศรัทธาจำนวนหนึ่ง ได้บริจาคเงินมาให้แล้ว 3 แสนบาท เพื่อสมทบทุนในการซื้อโลงแก้วนำมาบรรจุศพของท่าน ให้ประชาชนที่ทราบข่าวได้มากราบไหว้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนหลังจากนี้จะดำเนินการเช่นไรต่อไป ต้องรอการประชุมของคณะศิษยานุศิษย์อีกครั้ง

    พระมหาโอทก ปริยปคุโณ เจ้าคณะอำเภอสิเกา กล่าวว่า พระอาจารย์เงื่อม เป็นพระเถระที่มีอุปนิสัยเรียบง่าย สงบเยือกเย็น พูดน้อย น่ารัก น่านั่งใกล้ ทุกอริยาบถที่พบเห็นจะอยู่ในอาการเป็นมิตรเสมอ ได้ฝากแบบอย่างอันดีงามแก่พระสงฆ์ผู้อยู่เบื้องหลังคือ ท่านเป็นพระผู้นั่งอยู่ในใจคน อันเนื่องมาจากทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ต่างเคารพศรัทธาในวัตรปฏิบัติของท่าน
     ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระอาจารย์เงื่อม ถือได้ว่าเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ที่มีอายุพรรษามากที่สุดในจังหวัดตรัง คือ 51 พรรษา

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRJME9UUTJNRGMzTXc9PQ==



โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ http://www.junjaowka.com/webboard/showthread.php?t=87568 อนุโมทนาสาธุ —Preceding unsigned comment added by Nature following and the Tao (talkcontribs) 17:27, 31 October 2010 (UTC)

Dumb it down? ;)[edit]

Hi, stumbling upon this page as someone unfamiliar with the concept, I think it would be helpful to explain a bit more what terms like "mortify the flesh into death" and "self-mummification" mean. Just a thought. Thanks! — Preceding unsigned comment added by 71.23.183.231 (talk) 15:51, 3 April 2012 (UTC)